<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.อนุมัติค่าเครื่องมือนักเรียนสายอาชีพ 10 ประเภทวิชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี &amp;nbsp;ไตรสรณกุล &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบและอนุมัติอัตราค่าเครื่องมือประจำตัวผู้เรียนเฉพาะอาชีพของนักเรียนสายอาชีพ อาชีวศึกษาต่อคน ตามประเภทวิชา ในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) ปี 2562 ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจำนวน 10 ประเภทวิชา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเภทวิชาอุตสาหกรรมอัตราค่าเครื่องมือ &amp;nbsp;2,000 บาทต่อคนต่อปีการศึกษา, &amp;nbsp; &amp;nbsp;พาณิชยกรรม &amp;nbsp;1,000 บาท, ศิลปกรรม 1,000 บาท, คหกรรม 1,200 บาท, เกษตรกรรรม 1,600 บาท, ประมง 1,200 บาท, อุตสาหกรรมสิ่งทอ &amp;nbsp;1,200 บาท, เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1,800 บาท, อุตสาหกรรมท่องเที่ยว 1,200 บาท และ อุตสาหกรรมบันเทิงและดนตรี 1,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะฝีมือให้เต็มศักยภาพ ฝึกประสบการณ์อาชีพได้อย่างเต็มที่ต่อเนื่องตลอดหลักสูตร เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา และยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง สร้างแรงจูงใจให้มีการเรียนต่อสายอาชีวศึกษาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประมาณการค่าใช้จ่ายในปีการศึกษา 2564 จำนวนทั้งสิ้น 383.209 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าเครื่องมือนักเรียนสายอาชีพระดับปวช.ปีที่ 1 ในสถานศึกษาของรัฐ 429 แห่ง จำนวน 275.233 ล้านบาท และสถานศึกษาของเอกชน 445 แห่ง จำนวน 107.976 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114378</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเล่าเรียน, งบประมาณ, อุปกรณ์การเรียน, ไตรศุลี  ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b602735c254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.แต่งตั้ง น้องชาย ดร.เสกสกล ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารมต.ประจำสำนักนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี &amp;nbsp;ไตรสรณกุล &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 2 ราย ดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายอนุชา นาคาศัย) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 2. นายสมหมาย เอี่ยมสอาด ดำรงตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับนายชนะศักดิ์ เป็นน้องชายนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ก่อนหน้านี้ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อลำดับ50 พปชร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้ง นายวุฒิรักษ์ เดชะพงษ์พันธุ์ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีลงนามในประกาศแต่งตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้ง นายปรเมธี วิมลศิริ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการในคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยต่อไปอีกวาระหนึ่ง (ซึ่งจะดำรงตำแหน่งครบกำหนดตามวาระในวันที่ 9 สิงหาคม 2564) ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109567</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์, เสกสกล, ไตรศุลี  ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e7be6355d0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง กต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.64 - &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี &amp;nbsp;ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)แถลงว่าคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้ง นายชุติเดช ตาบองครักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผู้อำนวยการเฉพาะด้าน (แพทย์) ระดับสูงโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาสำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านเวชกรรม) โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2563 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอแต่งตั้ง นางศิริเนตร กล้าหาญ ผู้อำนวยการกอง (ผู้อำนวยการระดับสูง) กองติดตามและประเมินผลการพัฒนาระบบราชการ สำนักงาน ก.พ.ร. ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาการพัฒนาระบบราชการ (นักพัฒนาระบบราชการทรงคุณวุฒิ) สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;1.นายอภิรัตน์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา สาธารณรัฐตุรกี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.นายมังกร ประทุมแก้ว กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิสสหรัฐอเมริกา ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรียสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป ซึ่งการแต่งตั้งข้าราชการให้ไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำต่างประเทศทั้ง 2 ราย ดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากประเทศผู้รับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102506</URL_LINK>
                <HASHTAG>แต่งตั้งโยกย้าย, ไตรศุลี  ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_606320c194476.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียว การกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินฯ พร้อมเพิ่มค่าพาหนะในการส่งต่อผู้ป่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.64 - น.ส.ไตรศุลี &amp;nbsp;ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด 19 (ฉบับที่ 3) โดยมีสาระสำคัญคือ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม ให้ยกเลิกนิยามเดิมของคำว่า &amp;ldquo;ค่าใช้จ่าย&amp;rdquo; &amp;nbsp;และให้ใช้ข้อความ &amp;ldquo;ค่าใช้จ่ายหมายความว่า ค่าใช้จ่ายจากการตรวจทางห้องปฏิบัติการ การรักษาพยาบาล หรือการส่งต่อผู้ป่วย และให้หมายความรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดจากอาการแพ้วัคซีน &amp;nbsp;หรืออาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการฉีดวัคซีน &amp;nbsp;ที่ปรากฏตามบัญชีและอัตราค่าใช้จ่ายแนบท้ายหลักเกณฑ์ &amp;nbsp;วิธีการ และ เงื่อนไขนี้&amp;rdquo; แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้ให้ยกเลิกนิยาม &amp;ldquo;ผู้ป่วย&amp;rdquo;เดิม และให้ใช้ข้อความ &amp;ldquo;ผู้ป่วย&amp;rdquo; หมายความว่า ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 &amp;nbsp;และให้หมายความรวมถึง บุคคลกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 &amp;nbsp;โดยการฉีดวัคซีนจากสถานพยาบาลที่ภาครัฐกำหนด และเกิดอาการแพ้วัคซีนหรืออาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการฉีดวัคซีน&amp;rdquo;แทน &amp;nbsp;ซึ่งการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป เว้นแต่ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากอาการแพ้วัคซีนหรืออาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการฉีดวัคซีนให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้เพิ่มค่าพาหนะส่งต่อผู้ป่วยในอัตราค่าใช้จ่ายตามคู่มือแนวทางปฏิบัติในการขอรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขของสำนักงาน และค่าอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล รวมค่าทำความสะอาดฆ่าเชื้อพาหนะ ส่งต่อผู้ป่วยในบัญชีและอัตราค่าใช้จ่ายแนบท้าย ในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ &amp;nbsp;กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 &amp;nbsp;เช่น ค่ารถยนต์ส่งต่อผู้ป่วยระยะทางไม่เกิน &amp;nbsp;50 กิโลเมตร จ่ายชดเชยตามจริงไม่เกิน 500 บาท ระยะทางไปกลับมากกว่า 50 กิโลเมตร จ่ายชดเชยเริ่มต้น 500 บาท และจ่ายชดเชยเพิ่มกิโลเมตรละ 4 บาท &amp;nbsp;ค่าเรือหรือแพขนานยนต์ส่งต่อผู้ป่วย จ่ายชดเชยตามระยะทางและชนิดของเรือ เช่นระยะทางไปกลับ 5-15 กิโลเมตร เรือหางยาวเร็ว 1,200 บาท เรือเร็ว 2,000 บาท เรือเร็ว 2 เครื่องยนต์ 5,000 บาท ระยะทางไปกลับ 101 กิโลเมตรเป็นต้นไป &amp;nbsp;เรือเร็ว 35,000 บาท เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนค่าอากาศยานปีกหมุน หรือเฮลิคอปเตอร์ &amp;nbsp; กรณีเฮลิคอปเตอร์ 1 เครื่องยนต์ ชั่วโมงบินละ 40,000 บาท &amp;nbsp;เฮลิคอปเตอร์ 2 เครื่องยนต์ ชั่วโมงบินละ 80,000บาท &amp;nbsp;เฮลิคอปเตอร์ 3 เครื่องยนต์ ชั่วโมงบินละ 120,000 บาท และเฮลิคอปเตอร์ 4 เครื่องยนต์ ชั่วโมงบินละ 160,000 บาท สำหรับค่าอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล รวมค่าทำความสะอาดฆ่าเชื้อพาหนะจ่ายตามจริงไม่เกิน 3,700 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100906</URL_LINK>
                <HASHTAG>โควิด19, ไตรศุลี  ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_606320c194476.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวิดตายน้ำตื้น! ครม.ยกเลิกมติตั้ง 2 ขรก.การเมือง-ประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.64 -&amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี &amp;nbsp;ไตรสรณกุล &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 เห็นชอบการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จำนวน 3 ราย (1. นายอมร มีมะโน 2. นายภูวิช ปัญญาสิทธิ์ และ 3. นายสมชาย สาโรวาท) เพื่อยกเลิกการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จำนวน 2 ราย ดังนี้ 1. นายอมร มีมะโน 2. นายภูวิช ปัญญาสิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เมื่อ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหนังสือส่งถึงนายกรัฐมนตรี เรื่อง&amp;nbsp;การพิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรียกเลิกการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กราบเรียน นายกรัฐมนตรี ตามที่เสนอขอแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จำนวน 3 รายดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอมร มีมะโน นายภูวิช ปัญญาสิทธิ์ นายสมชาย สาโรวาท (เสนอแต่งตั้งแทน นายทองจันทร์ จันเต) นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 แต่งตั้งบุคคลทั้ง 3 ราย ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ข้าพเจ้าเสนอเห็นควรให้ยกเลิกการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 จำนนวน 2 ราย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอมร มีมะโน นายภูวิช ปัญญาสิทธิ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยรักธรรม และ นายพิเชษฐ &amp;nbsp;สถิรชวาล ส.ส.บัญ๙รายชื่อ หัวหน้าพรรค ประชาธรรมไทย ผู้เสนอชื่อ นายอมร มีนะโน และ นายภูวิช ปัญญาสิทธิ์ ในนามผู้แทนจากทั้งสองพรรค เปิดเผยว่า ตนทั้งสองไม่มีเจตนาที่จะทำให้ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เห็นว่าบุคคลทั้งสองเคยเป็นที่ปรึกษาทางด้านการเมืองมากมาย รวมทั้งที่ปรึกษา รมต กระทรวงต่าง ๆ ในรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา หวังว่าจะมาช่วยเสริมพรรคให้มีความเข้มแข็งทางด้านการเมืองต่อไป จึงขอให้เสนอ ครม. เพื่อแต่งตั้งให้บุคคลทั้งสองเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมืองดังกล่าว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพีระวิทย์ กล่าวด้วยว่า ตนและกรรมการบริหารพรรคทั้งสองขอยืนยันว่าได้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของบุคคลทั้งสองแล้ว และไม่พบว่ามีประวัติอาชญากรรมใด ๆ จึงได้เสนอชื่อบุคคลทั้งสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ต่อมาได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าบุคคลทั้ง 2 คน ถูกคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ แจ้งดำเนินการเรียกค่าปรับจากการซื้อขายหุ้น ทั้ง 2 พรรคการเมืองจึงได้เสนอขอถอนการแต่งตั้ง บุคคลทั้ง 2 คน ดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97017</URL_LINK>
                <HASHTAG>ไตรศุลี  ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffdb0ce3422a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.อนุมัติบรรจุลูกจ้างประจำสธ.เป็นข้าราชการ 3,179 อัตรา รองรับสถานการณ์โควิด19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี &amp;nbsp;ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติการบรรจุลูกจ้างประจำของกระทรวงสาธารณสุขในตำแหน่งอัตราข้าราชการตั้งใหม่ เพื่อรองรับภาวะฉุกเฉินในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งตามมติเดิมของครม.เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2563 &amp;nbsp;เห็นชอบให้จัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่รวม 38,105 อัตรา &amp;nbsp;โดยทางกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการคัดเลือกและบรรจุบุคคลเข้ารับราชการได้จำนวน 34,926 อัตรา คงเหลือ 3,179 อัตรา เนื่องจากมีปัญหาอุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในอัตราข้าราชการตั้งใหม่ได้ครบ &amp;nbsp;เช่น มีคุณสมบัติไม่ตรงตามตำแหน่งตามมาตรฐานที่กำหนด มีชื่อตำแหน่งที่ได้รับการจ้างงานอยู่เดิมไม่ตรงกับชื่อตำแหน่งในสายงานที่จะเข้ารับการคัดเลือกและบรรจุเข้ารับราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงได้เสนอคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ(คปร.)เพื่อขอนำอัตราที่คงเหลือไปบรรจุลูกจ้างประจำของกระทรวงสาธารณสุขในอัตราข้าราชการตั้งใหม่ เพื่อรองรับภาวะฉุกเฉินสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามหากดำเนินการข้างต้นแล้วยังมีตำแหน่งว่างคงเหลือ อาจพิจารณาบรรจุบุคลากรกระทรวงสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้ตามเหตุผลความจำเป็น &amp;nbsp;โดยคำนึงถึงความเป็นธรรม &amp;nbsp;เป็นที่ยอมรับ &amp;nbsp;และการป้องกันผลกระทบอื่นๆที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ตามหลักเกณฑ์ที่ก.พ.กำหนดไว้เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังให้กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงทำความเข้าใจกับบุคลากรที่จะได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการให้ทราบและเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่างๆอย่างถูกต้อง และเมื่อได้ดำเนินการบรรจุบุคลากรครบถ้วนตามที่ได้รับจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่จำนวน 38,105 อัตราแล้ว ให้กระทรวงสาธารณสุขรายงานผลการดำเนินการตลอดจนแจ้งการยุบเลิกตำแหน่งที่จ้างงานด้วยรูปแบบอื่นให้คปร.ทราบภายในเดือนมีนาคม 2564 ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96237</URL_LINK>
                <HASHTAG>สาธารสุข, ไตรศุลี  ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb679e8a111f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
